joker gaming
joker joker joker joker
joker gaming
เรื่องย่อ Hug-ma-yom-ma-yam

รีวิวหนัง เรื่องย่อ Hug-ma-yom-ma-yam 2019 ฮักมะย๋อมมะแย๋ม(2019)

เรื่องย่อหนัง

เรื่องย่อ Hug-ma-yom-ma-yam 2019 ฮักมะย๋อมมะแย๋ม(2019) --- 5.0/10 --- รีวิวหนังไทย รีวิวหนังฝรั่ง รีวิวซีรี่ส์ รีวิวการ์ตูน เรื่องย่อ Hug-ma-yom-ma-ya..

ยอดผู้เข้าอ่าน

302 ครั้ง

เรื่องย่อ Hug-ma-yom-ma-yam 2019 ฮักมะย๋อมมะแย๋ม(2019)

— 5.0/10 —

รีวิวหนังไทย รีวิวหนังฝรั่ง รีวิวซีรี่ส์ รีวิวการ์ตูน

เรื่องย่อ Hug-ma-yom-ma-yam เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยปัญหาของ บักโจ้ (รับบทบาทโดย วัชรดงษ์ ปัทมะ) หนุ่มน้อยสุดซื่อที่ถูกเหตุการณ์กดดันให้จำต้องร่วมมือกับ จู๋ (รับบทบาทโดย เจี้ย แปซิฟิค) ฉ้อฉลครอบครัวของ แมว (เล่นบทโดย สุภาพอ่อนโยนร สมวิจิตรบรรจง) เพราะเหตุว่าหวังล้วงสูตรลับ “แจ่วบอง” ประจำเครือญาติ มาขายเพื่อเอาเงินไปสู่ขอแฟนสาว ตั๊ก (รับบทบาทโดย แวววาวภิชณ์ษา สุทธนากาญจน์)

แต่ว่าเรื่องราวกลับเปลี่ยนเมื่อตัวเขานั้นกลับไปหลงรักแมวซะงั้น ช่วงเวลาเดียวกันแมวที่เริ่มมีใจให้กับบักโจ้ก็ต้องเจอกับความผิดหวังเมื่อทราบดีว่าเด็กหนุ่มที่คุณรักแล้วก็วางใจเข้ามาเพียงแต่เพื่อหาผลประโยชน์แค่นั้น บักโจ้จะทำเช่นไรเพื่อเรียกความไว้วางใจรวมทั้งหัวใจของแมวให้กลับมาได้อีกรอบ ฮักมะย๋อมมะแย๋ม

ชนิด: โรแมนติก คอมเมดี้

บริษัทผู้แทนจำหน่าย: เอ็ม พิคพบร์ส

อำนวยการสร้าง/ควบคุมการผลิต/ดีไซน์การผลิต: เจี้ย แปซิฟิค

จัดการสร้าง: แข้วแห้ง โปรดักชั่น

บทภาพยนตร์: เจี้ย แปซิฟิค

ควบคุมภาพ: ปฏิมากร ป้อมชัย

ดนตรีประกอบ: แซม อินทราป้องกัน

วางแบบเครื่องนุ่งห่ม: เจี้ย แปซิฟิค

ควบคุมภาพยนตร์: เจี้ย แปซิฟิค

ผู้แสดง: เจี้ย แปซิฟิค, วัชรดงษ์ ปัทมะ, พราวแพรวภิชณ์ษา สุทธนากาญจน์, ขุนคำ สิทธิยม, อ่อนโยนร สมละเอียดลออ, นุนี จับพลจงรักภักดี, สุชาติ พุดจันทึก ร่วมด้วย เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, สายสิน วงษ์คำเหลา แล้วก็ เจเน็ต เขียว รีวิวหนังเอเชีย

รีวิวหนัง

เรื่องย่อ Hug-ma-yom-ma-yam
ว่ากันที่ตัวหนัง หนังฟอร์มเล็กหัวข้อนี้เป็นการร่วมกันประสานมือระหว่างการขายและก็โปรโมตของ M Pictures ในฝั่งไทย กับกลุ่มโปรดักชันอย่าง “แข้วแห้ง โปรดักชัน” จาก สปเปรียญลาว และก็ได้ผู้กำกับ “เจี้ย แปซิฟิค” ที่เคยส่งผลงานดูแล “องค์การอนามัยโลกปเงา” (คำว่าภาพยนตร์ในภาษาลาว) มาหลายเรื่อง แล้วก็หัวข้อนี้เป็นการข้ามชายแดนมากำกับภาพยนตร์ไทยลาวเรื่องแรก ที่สำคัญเป็นยังลงทุนเล่นองค์การอนามัยโลกปเงาหัวข้อนี้เองด้วยอีกต่างหาก พร้อมกับผู้แสดงไทย-ลาวที่มาร่วมสนุกสนานกันอย่างพลุกพล่าน แล้วก็แถมยังมีแขกรับเชิญที่พวกเรารู้จักกันดีอย่าง กิน ม๊กจ๊ก (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา สายสิน วงษ์คำเหลา และก็เจเน็ต เขียวมาร่วมด้วยอีกต่างหาก

หากว่าตัวหนังจะตั้งตัวเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ แม้กระนั้นเอาจริงเอาจังๆตัวหนังคงจะหนักไปทางฝั่งคอมเมดี้เสียเป็นส่วนมาก ซึ่งมันก็อาจจะไม่ถึงกับลุกลามจนกระทั่งทำให้ส่วนโรแมนติกหายไปเลยจ๊านะครับ แต่ว่าตัวหนังให้ความเน้นกับคอมเมดี้จริงๆเพราะเหตุว่าไม่ว่าผู้แสดงจะทำอะไร ไม่ว่าผู้แสดงจะอยู่ในมู้ดไหน โทนอะไร ก็ควรมีมุกแลบออกมาเสมอในแทบทุกซีน (ซึ่งมันมีมุกดูเหมือนจะทุกซีนจริงๆนะ) ถึงแม้ผู้แสดงจะทุกข์ใจอาลัยอาวรณ์ หรือเสียอกเศร้าใจเจ็บเจียนตายแค่ไหนก็ตาม ก็ควรจะมีมุกแพลมออกมาด้วยเสมอตามหลักปรัชญาที่ว่า “ยิงร้อยฮาสี่ดีแล้วดวงใจแล้ว”

อย่างที่ผมพูดว่า เกือบทุกซีนในหนังประเด็นนี้ยิงมุกเก่งงงงวยง ที่สำคัญเป็นเป็นมุกแบบทุกประเภท ทุกขนาดด้วย ไม่ว่าจะมุกเล่นใหญ่ มุกทุ่มทุนเล่นหรือมุกห้าบาทสิบบาทก็ตามแต่ ยกตัวอย่างนิดหน่อยแบบที่ไม่สปอยล์ก็ดังเช่นว่า มุกที่โจ้กำลังเศร้าใจภายหลังที่ตั๊กบอกเลิก เพราะเหตุว่าเชื่อฟังแม่ที่อยากได้ลูกเขยที่ฐานะดีมากยิ่งกว่า ซึ่งถ้าเกิดร้องไห้เศร้าใจก็คงจะปกติไป อ้ายโจ้ก็เลยนอนร้องไห้บนแคร่ฟังวิทยุ หวังจะฟังเพลงอกหักเพื่อปลอบโยน แม้กระนั้นก็ดันมีโปรโมทผลิตภัณฑ์ฮาๆมาแทน หรือตอนร้องไห้เอาข้างหลังอิงเสาไม้นอกบ้าน จังหวะที่ทรุดลงไปปรากฏว่าเศษไม้ตำข้างหลัง! หรือแม้กระทั้งแมว ที่ทราบดีว่าโจ้เข้ามาในบ้านเพียงแต่เพื่อหวังจะลักขโมยสูตรแจ่วบอง รวมทั้งตนเองก็เริ่มจะแอบรักโจ้ ก็เลยนั่งร้องไห้เศร้าใจกับที่นอนบนบ้าน แต่ว่าเศร้าใจเปล่าๆก็จะมองปกติไป ก็เลยเอียงตัวผายลมไปหนึ่งดอก แล้วบิดาของแมวก็ดันเข้ามาในตอนที่กลิ่นยังไม่เสื่อมสภาพดี ก็เลยได้อรรถรสปลอบโยนแบบมีกลิ่นกันไป (ทั้งคู่มุกนี้มีอยู่ในแบบอย่างหนัง)

เรียกว่าในทุกฉาก ทุกซีน หนังประเด็นนี้สามารถหาวิถีทางสำหรับเพื่อการยิงมุกได้เรื่อยแล้วมันก็เข้าสูตรยิงร้อยฮาซะสี่เสียด้วย เพราะเหตุว่าเอาจริงเอาจังๆถึงแม้ว่ามุกในหนังจะเต็มเอี้ยดแบบนับไม่ถ้วน แต่ว่ามุกขำขันก็เป็นอะไรที่อัตวิสัย เป็นความเฮฮาไม่ตลกนั้นมันก็จะต้องสุดแต่รสนิยมของแต่ละคนอ่ะนะ ซึ่งเท่าที่ตัวผมเองดูหนังหัวข้อนี้จนกระทั่งจบ ผมมีความคิดว่า มุกในหนังบางมุกก็ปฏิบัติงานจริงๆเป็นบางมุกมันก็เซอร์จัดๆจนถึงกลั้นขำไม่ไหว บางมุกดูแล้วก็ร้องว่าอะไรว้า… ยกตัวอย่างเช่นมุกนักธุรกิจผิวสีรวมทั้งลูกน้องที่มาในมาดของฝ่าบาทครั้งชาล่า (แต่ว่าเว้าลาว) แม้กระนั้นบางมุกก็ทายใจทางง่ายไปจนถึงแป้ก และก็บางมุกก็สลับซับซ้อนจนกระทั่งไม่รู้จักว่าทำไปเพราะเหตุใด อะไรแบบงี้นี่แหละที่ผมกล่าวว่ามันเป็นการยิงร้อยฮาสี่ก็ดีแล้วดวงใจแล้ว

ส่วนตัวบทเอง อย่างที่ผมจั่วหัวว่ามันเป็นมนต์ฮักลูกทุ่ง เป็นเป็นมนต์รักลูกทุ่ง อารมณ์โดยประมาณพ่อหนุ่มคนยากจนรักกับสาวคนร่ำรวยที่ดินบ้านเรียกของหมั้นแพงๆดารานำชายเลยต้องหาแนวทางที่กำลังจะได้ของหมั้นให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งแน่ๆว่ามันมิได้ใหม่อะไร แต่ว่าก็ยังโชคดีที่ตัวหนังเองเกี่ยวข้องแล้วก็เชื่อมโยงกับเรื่องราวใน สปเปรียญ ลาว ตัวหนังเลยพาออกไปเล่าต่อที่ลาว ด้วยการให้พระเอกแอบเข้ามาที่บ้านของแมว เพื่อลักขโมยสูตรแจ่วบองประจำเชื้อสายของแมวไปขายกับอ้ายจู๋ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินที่จะไปสู่ขอกับแม่ของตั๊กที่ประเทศไทย ซึ่งถ้าหากให้ทายใจเจตนาของอ้ายเจี้ย ขอทายใจเอาว่า อาจอยากได้คุมแนวทางหนังให้เป็นคอมเมดี้ที่มองเพื่อความเบิกบานใจเป็นหลัก ซึ่งเพียงพอจุดหมายเป็นอย่างนั้น ก็เลยแปลงเป็นว่าทำให้การดำเนินบทมองง่ายไปซะทุกๆอย่าง ทุกพฤติกรรมของผู้แสดงนั้นมาแบบง่ายๆบทจะได้ก็ได้ง่าย บทจะมิได้ก็มิได้ บทจะพบก็พบซะกล้วยๆซะแบบงั้นล่ะ รวมทั้งอีกจุดที่น่าสังเกต (รวมทั้งส่วนตัวผมเองค่อนข้างจะถูกใจ) เป็นส่วนของการถ่ายทำประเทศลาวนั้น มิได้เป็นการถ่ายภูมิทัศน์และก็สถานที่เที่ยวของเมืองลาวมาแบบงามๆราวกับหนังเรื่องอื่น แม้กระนั้นเป็นต่างจังหวัดลาวในแบบเรียลๆเป็นเรียลสุดๆบ้านตามชนบทรวมทั้งทางลูกรังควรเป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ใช่บ้านทรงไทยหรือกระท่อมมุงจากราวกับบ้านคนยากจนในละครข้างหลังข่าวสาร

ส่วนทางด้านผู้แสดงนั้น จะต้องพูดว่า หากต้องการจะไปดูจริงๆมันอาจจะไม่สนุกแน่ถ้าเกิดจะหวังผลทางดราม่าเข้มข้น หรือทำอะไรขมักเขม้นๆได้แก่มีบทโหดเหี้ยม หรือทุกข์ใจ เพราะว่าผู้แสดงทุกตัวในหนังถูกวางแบบมาเพื่อหวังผลทางความรื่นเริงใจล้วนๆไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนในร่างฝ่าบาทครั้งชาล่าและก็ลูกน้อง หรือตัวของอ้ายจู๋ ที่ถึงแม้เค้าหน้าท่าทีจะพร้อมด้วยการเป็นอาเสี่ยโหดเหี้ยมๆแม้กระนั้นท้ายที่สุดก็แปลงโหมดแปลงเป็นอาเสี่ยปัญญาอ่อนได้ในทันทีทันใดซะงั้น รวมทั้งรวมถึงนักแสดงหลัก ไม่ว่าจะเป็นโจ้ ดารานำชาย ตั๊ก นางเอกฝั่งไทย หรือแม้กระทั้งแม่ของโจ้ บิดาของแมว หรือตัวของแมว นางเอกฝั่งลาว (ที่มีดีกรีเป็นถึงมิสยูนิเวิร์สลาว 2017) ก็พร้อมที่จะปลดปล่อยมุกกันแบบไม่ห่วงงาม อีกจุดที่ต้องการกล่าวถึงเป็น แขกรับเชิญอย่างคุณลุงกิน ถึงแม้หนังจะขยันยิงมุกแค่ไหน แม้กระนั้นการมาของ “คุณลุงกิน” นายสิน ลูกน้องคู่ใจ แล้วก็เจเน็ต เขียว ในบทแม่ของตั๊กนั้นเป็นการมาในฐานะ “แขกรับเชิญ” เพียงแค่นั้น เป็นเป็นแขกรับเชิญจริงๆครับ อย่าหวังว่าจะให้คุณลุงกินและก็พี่เจเน็ตเล่นอะไรที่เบอร์ใหญ่ลักขโมยซีนเกินกว่าเส้นของคำว่า Cameo โดยเด็ดขาด

สรุป เอาจริงเอาจังๆถึงแม้หนังหัวข้อนี้จะมิได้ใหม่รวมทั้งสลับซับซ้อนมากมาย ทายใจทางได้แบบง่ายๆแล้วก็อย่ามองเพื่อหวังความขมักเขม้นแบบดราม่าเข้มข้น แม้กระนั้นถ้าหากหวังว่าจะเป็นหนังที่มองเพื่อความรื่นเริงใจ มองเพื่อบรรเทา อยากเสพมุกตลกขบขันปริมาณพรั่งพร้อม (ซึ่งจะขำหรือเปล่าขำก็อีกประเด็นนึงนะ) หรือต้องการเข้าไปซึม ศึกษาภาษาลาวที่มีความน่าฮัก (แล้วก็นางเอกลาวที่หน้าสดก็น่าฮักหลายๆ) ก็เป็นหนังที่มองแบบเพลิดเพลินๆให้ความบันเทิงแบบบันเทิ๊งบันเทิงพอใช้ได้อยู่เช่นเดียวกัน

อัพเดทล่าสุด : 26 มิถุนายน 2021 (ข้อมูลล่าสุดปี 2021)

หมวดหมู่